วิธีการสร้าง Tech Startup บทที่ 3 ก่อนจะมาเป็น Startup

บทนี้ชื่อบทว่า Before the Startup บรรยายโดย Paul Graham เจ้าพ่อ Startup สุดเก๋า เขาคือคนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทำให้วงการ Startup ของ Silicon Valley มาไกลถึงจุดนี้ได้

โดยเขาได้เกริ่นในตอนต้นว่า เนื้อหาของ Before the Startup จะพยายามอธิบายให้เข้าใจง่าย ในแบบวิธีเดียวกับที่เขาใช้คุยกับลูก จะง่ายไม่ง่ายยังไง ตามอ่านกันได้เลยครับ

Paul Graham

Paul Graham ผู้ปฏิวัติวงการ Startup

Startup เป็นเรื่องที่สวนกระแส

  1. เพราะมันเป็นสิ่งใหม่ ทำให้องค์ความรู้ในเรื่องนี้ยังไม่ได้ซึมลึกลงไปในสังคมของเรา ดังนั้นหลายอย่างที่เคย work กับการทำธุรกิจที่ผ่านมา อาจจะไม่ work สำหรับการทำ Startup และบทเรียนในวันนี้ คือการให้แนวคิดในเรื่องนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณให้สัญชาตญาณแบบเดิมๆ มาแก้ปัญหา หรือมาทำ startup เพราะมันจะทำให้ Startup ไม่มีวัน work อย่างไรก็ดี คุณจะยังสามารถใช้สัญชาตญาณในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนได้เสมอ เวลาทำธุรกิจ ไม่ใช่ว่าจะมีแต่คนห่วยๆ แย่ๆ คนดีๆ ก็มีเช่นกัน ดังนั้น เวลาจะเลือกทำธุรกิจ ขอให้เลือกทำกับคนที่คุณชอบ รู้สึกดีด้วย เหมือนเวลาที่คุณเลือกเพื่อนนั่นแหละ
  2. สิ่งที่สวนกระแสอีกอย่างหนึ่งของ Startup คือ คนที่ประสบความสำเร็จกับ Startup ไม่ใช่คนที่เก่ง และรู้เรื่องกลไกของการทำ Startup หากแต่เป็นคนที่รู้จัก user ของเขาเป็นอย่างดี เพื่อง่ายต่อการเข้าใจ อาจจะนึกถึง Mark Zuckerberg เป็นตัวอย่าง เขาไม่ใช่ Business Man ที่จบ Business School แต่เค้ารู้ว่าจะทำ Product ยังไงให้ผู้ใช้รัก
  3. ทฤษฎีเกม หรือเทคนิค หรือทางลัดในการทำธุรกิจที่ใช้ได้กับบริษัทใหญ่ๆ เช่น การทำให้หัวหน้าประทับใจ, การช่วงชิงตำแหน่งดีๆ ใช้ไม่ได้กับ Startup เพราะเมื่อถามว่าทำอย่างไรจะระดมทุนได้ คำตอบก็คือ Startup ต้องแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อใครถามว่า Growth Hack คืออะไร มันเป็นเรื่องที่ไม่มีเทคนิคอะไรอื่นนอกไปจากการทำให้ User รัก และใช้ Product หากมีคนให้คำตอบอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ เขาน่าจะกำลงโกหกคุณอยู่เลยหละ ดังนั้น หยุดมองหาเคล็ดลับแล้วหันมาทำ Product ให้ผู้ใช้รักจะดีกว่า
  4. Startup จะกลืนกินชีวิตของคุณในระดับที่รุนแรงเกินกว่าคุณจะจินตนาการได้ และถ้าเกิด Startup สำเร็จ มันก็จะอยู่กับชีวิตคุณต่อไปอีกนานหลายปี เป็นสิบปี หรือไม่ก็ตลอดเวลาการทำงานของคุณเลยทีเดียว ดูอย่าง Larry Page ผู้สร้าง Google เขาเริ่มวิ่งโดยไม่หยุดหายใจเพื่อดูแลอาณาจักร Google ตั้งแต่เขาอายุ 25 ปี และทุกวันจะต้องมีปัญหาบ้าบอที่มีแต่เขาเท่านั้นที่ตัดสินใจได้ ถาโถมเข้ามา เมื่อไหร่ที่หยุดพักร้อนเรื่องพวกนี้ก็จะกองทัพถมเป็นภูเขา สิ่งที่ทำได้เพียงสิ่งเดียวคือทำงานโดยไม่แสดงให้ใครเห็นว่าท้อแท้ เหนื่อยล้า เพราะว่าเขาเป็นผู้นำขององค์กร และแน่นอนว่า คงไม่มีใครจะสงสารอะไรเขามากมาย YC ลงทุนกับ Startup ที่ประสบความสำเร็จ จำนวนมาก และ founder ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า Startup ไม่เคยง่ายขึ้นเลย ธรรมชาติของปัญหาเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา
  5. เมื่อคิดเรื่องการ Startup บางคนคิดว่าควรจะต้องเริ่มตั้งแต่มหาวิทยาลัย แต่คำถามสำคัญคือ มหาวิทยาลัยสามารถสอนคุณในเรื่อง Startup หรือไม่ คำตอบคือใช่ และไม่ใช่ การเรียน คือ การเรียนรู้วิธีการที่จะศึกษาเรื่องต่างๆ ด้วยตนเอง นอกจากนี้ อย่างที่บอกไว้ตอนแรกว่า การทำ Startup จะกลืนกินชีวิตคุณเข้าไป ดังนั้น การเริ่ม startup ตอนเรียน สุดท้ายก็ต้องเลือกเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และแน่นอนว่าการเรียน startup โดยเฉพาะการทำความเข้าใจ user จะมาจากการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ และแน่นอนว่า ถ้าคุณเริ่ม Startup ช่วงที่อยู่มหาลัย คุณจะพลาดสิ่งที่คุณอาจจะทำให้ช่วงวัยรุ่น เช่น การแบคแพคท่องเที่ยว ซึ่งคนอย่าง Mark Zuckerberg ไม่มีโอกาสที่จะทำแบบนั้น

success-and-failure

หวังว่าที่สิ่งเขียนไปจะทำให้คุณรู้สึกว่าการเริ่มต้น Startup เป็นเรื่องที่ยากและถ้าคุณยังไม่รู้สึกอย่างงั้น ผมน่าจะต้องพูดใหม่อีกรอบ 555

คุณไม่สามารถจะบอกได้เลยว่า ณ เวลานี้ คุณต้องการ หรือสามารถที่จะเป็นอะไรได้บ้าง สิ่งที่ผมทำมาตลอด 9 ปีที่ผ่านมาอย่างหนึ่งคือการคาดการณ์อนาคตของคน การบอกว่าใครเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องที่สามารถทำได้หลังจากที่คุยกับเขาซัก 10 นาที แต่การจะบอกว่าคนๆ นั้น อึดและทะเยอทะยานแค่ไหน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ผมพยายามใจกว้างกับเรื่องพวกนี้ founder บางคนคิดว่าตัวเองจะต้องประสบความสำเร็จอย่างสุดยอด เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จมาทุกอย่าง แต่บางคนก็ไม่ได้มั่นใจ ทั้งนี้ ทัศนคติในเรื่องนี้กับความสำเร็จในการทำ startup ก็ไม่ได้เกี่ยวกันเท่าไหร่ ถ้าคุณรู้สึกกลัวที่จะเริ่มทำ startup ผมคิอว่าคุณก็ไม่ควรที่จะทำมันเลย แต่ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าจะทำได้หรือเปล่า ก็ควรจะลองทำอยู่ แต่ที่แน่ๆ คุณไม่ควรจะเริ่มในขณะที่กำลังเรียนมหาลัย

แล้วถ้าคุณต้องการจะทำ Startup ในวันข้างหน้า คุณควรจะทำอะไรในตอนที่เรียนมหาลัย?
สองอย่างที่สำคัญในการเริ่มทำ startup ได้แก่ Idea และ Cofounder ซึ่งคุณสามารถหาได้พร้อม ๆ กัน โดยวิธีการหาไอเดีย Startup ที่ดี ไม่ใช่การคิด Idea แต่จะต้องคิดในระดับที่ไม่ใช้สติสัมปชัญญะ วิธีการที่จะทำอย่างนั้นมี 3 อย่าง คือ

  1. เรียนในสิ่งที่สำคัญเยอะๆ เพราะถ้าคุณเรียนอะไรมากๆ และมีความสงสัย อยากรู้อยากเห็น สิ่งนั้น จะนำไปสู่ idea
  2. ลอง work กับปัญหาที่คุณสนใจ
  3. ทำงานร่วมกับคนที่คุณชอบ และนับถือ ซึ่งเผลอๆ อาจจะทำให้คุณได้ cofounder มา

คุณไม่จำเป็นจะต้องทำเรื่องเทคโนโลยีเลย เพียงแค่เลือกสิ่งที่คุณสนใจหรือเป็นปัญหาของคุณ เช่น founder ของ airbnb ทั้งสองคน เป็นนักออกแบบ ไม่ใช่ programmer แต่เก่งเรื่องการจัดการกับคน และการทำโปรเจคให้สำเร็จ
สิ่งที่คุณควรจะเรียนในช่วงมหาลัยไม่ใช่ความรู้ด้านการประกอบอาชีพหรือการเป็นผู้ประกอบการอะไรแบบนั้น แต่ควรจะเป็นการเรียนเพื่อให้ได้ความรู้ในวิชาที่คุณเรียน และจะต้องเลือกเรียนในสิ่งที่ทรงพลัง

คำแนะนำสำหรับนักศึกษามหาลัยที่ต้องการเป็น Startup คือ Just learn!

จบด้วยภาพนี้ซึ่งเป็นเคล็ดลับประโยคเดียวที่จะทำให้ธุรกิจคุณประสบความสำเร็จครับ

doing-customer-development-and-stop-wasting-your-time-24-638

Comments

comments

No comments

Leave a Reply