จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ โตโยต้า จะลงทุนใน Software ปีละ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (36,000 ล้านบาท)

ตลอดระยะเวลาที่ผ่าน Tech Encode ได้นำเสนอข่าวในแวดวง Tech Startup ที่ดูจะเน้นเรื่องพลังไอเดีย พลังความพยายาม รวมทั้ง How to แต่ในวันนี้ มีข่าวใหญ่ในเรื่องพลังเงินขยับโลกมาฝากครับ


ในวงการ tech startup เรามักจะพูดเรื่อง Idea, Product และ Execution กัน โดยถ้า Idea ดี Product ดี มันต้องมีคนเห็น การทำในสิ่งที่เชื่อ สิ่งที่มี passion จะทำให้เราทำสิ่งนั้นได้นาน แม้ว่ามันยากเหนื่อยยากลำบากแค่ไหนก็เหอะ แต่พอผมอ่านข่าวนี้จบ ผมก็เริ่มเห็นแสงจากปลายอุโมงค์อีกทางที่ชัดมากครับ

 

toyota-logo-png
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง Toyota บริษัทผลิตรถที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ประกาศว่าจะลงทุนสร้างสถาบันวิจัยโตโยต้าใน Silicon Valley แถวๆ มหาวิทยาลัยสแตนด์ฟอร์ด ทำเลเทพ ด้วยงบ 1 พันล้านเหรียญภายใน 5 ปี

สถาบันที่ว่านี้จะเน้นเรื่อง AI และ หุ่นยนต์ เพื่อที่จะนำไปสู่การสร้างระบบการขับที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ลดความผิดพลาดในการขับขี่ รวมทั้งอุบัติเหตุต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากระบบขับขี้อัตโนมัติซึ่งเป็นกระแสของอุตสาหกรรมยานยนต์ในขณะนี้

Dr. Grill Pratt ซึ่งจะเป็น CEO ของ Toyota Research Institute กล่าวว่า “ผมคิดว่า สิ่งที่โตโยต้าจะให้กับสังคมคือการเปลี่ยนแปลงบริษัทที่ประสบควาสำเร็จในเรื่อง Hardware เป็นบริษัทใหม่โดยการบูรณาการเทคโนโลยีด้าน Software.. โดยการริเริ่มในครั้งนี้ มุ่งที่จะเปลี่ยนบริษัทผลิตรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดให้กลายเป็นบริษัทพัฒนา Software ระดับ Top ของโลก”

และการเปลี่ยนแปลงที่ว่าจะอยู่บนฐานของการรวบรวมข้อมูลที่มหาศาลแล้ววิเคราะห์เพื่อสร้าง AI ที่ไปไกลว่ารถยนต์และหุ่นยนต์รวมกัน ซึ่ง Dr. Pratt ได้ยกตัวอย่างถึงความสามารถในการบริหารจราจร การส่งของ รวมถึงเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ด้วย

ถ้ามองในแง่ดี นี่เป็นโอกาสสำคัญของคนในแวดวง Software เกี่ยวกับ AI และ Robotic ในการร่วมงาน หรือแม้กระทั่งขาย patent หรือบริษัทให้กับ Toyota Research Institute แต่มองในอีกแง่หนึ่ง บางครั้งการทำบริษัท Software ให้กลายเป็นบริษัทระดับ Top ก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ถ้ามีพลังเงินมากพอ

นี่แหละ ตัวอย่างของโคตรยูนิคอร์น ที่กำลังจะออกลูกเป็นยูนิคอร์น
ที่มาของข่าว http://www.businessinsider.com/toyota-wants-to-be-a-software-maker-2015-11

Comments

comments

No comments

Leave a Reply