ส้วมไม่ใช้น้ำ นวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่ได้รับทุนจาก Bill Gates

บางคนเรียกเรื่องไร้สาระว่าเรื่องขี้หมูขี้หมา แต่เรื่องขี้คน หรือเรื่องส้วมเป็นหนึ่งในเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับสุขลักษณะในการทำกิจวัตรประจำวันซึ่งไม่มีมนุษย์หน้าไหนหลีกเลี่ยงได้ ในปี 2011 คนทั่วโลก 2.5 พันล้านคน หรือ 4 ใน 10 ของประชากรโลกยังไม่มีส้วมที่สะอาดใช้ โดยเฉพาะในแถบอินเดีย และแอฟริกา และยังมีคนอีก 2.1 พันล้านคนมีส้วมแต่ยังไม่มีสุขอนามัยเพียงพอ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุให้เด็กเสียชีวิตด้วยอหิวาตกโรคประมาณ 700,000 คนต่อปี ดังนั้น การสร้างส้วมที่ทุกคนเข้าถึง (ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องราคาถูก) และมีการจัดการของเสียที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและถูกสุขอนามัยถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งของโลก

นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา Bill and Malinda Gate ได้เริ่ม Challenge ให้มีการพัฒนาส้วม ซึ่งรวมไปถึงระบบสุขอนามัย โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ทุกๆ คนในโลกสามารถเข้าถึงบริการทางด้านสุขอนามัยอย่างยั่งยืนด้วยการส่งเสริมให้พัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้แบบ radical (การเปลี่ยนแปลงชัดเจนรุนแรง ไม่ใช่แค่พัฒนาส้วมเป็นชักโครก หรือพัฒนาชักโครกธรรมดาให้เป็นชักโครกแบบประหยัดน้ำ) รวมทั้งพัฒนาตลาดให้รองรับ Product และ Service ด้านนี้ด้วย โดยให้ความสำคัญใน 5 เรื่องได้แก่

  1. ส้วมที่สร้างจะต้องเป็นเทคโนโลยีที่ถ่ายทอดได้
  2. ตอบสนองตลาดในพื้นที่ชุมชนเมือง
  3. จะต้องสร้างดีมานด์ได้ (กระตุ้นให้คนอยากใช้ส้วม)
  4. ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานโยบายและการสนับสนุนในเรื่องส้วมของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  5. การติดตามประเมินผล http://www.gatesfoundation.org/What-We-Do/Global-Development/Water-Sanitation-and-Hygiene

โดยในปี 2012 Cranfield University ได้รับการสนับสนุนเงินทุนในการสร้างส้วม Nano Membrane เป็นเงิน 710,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ราวๆ 25 ล้านบาทล่ะครับ ในตอนนี้ ส้วมเป็นรูปเป็นร่างเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นส้วมที่ “ไม่ต้องใช้น้ำ” ในการทำความสะอาดโถส้วม

toilet howto

กลไกการทำงานของมันค่อนข้างซับซ้อนครับ โดยเมื่อเราปลดทุกข์ ส่วนที่รองรับของเสียจะเอียง 270 องศา ของเสียจะตกลงตามแรงโน้มถ่วง เศษที่เหลือจะถูกเช็ดทำความสะอาดโดยพลังงานจากแบตเตอรี่ครับ ของเสียส่วนที่เป็นของเหลวจะถูกกรองผ่านเนื้อเยื่อที่ละเอียดมาก หรือที่เรียกว่า Membrane ซึ่งเป็นการบำบัดจากน้ำเสียเป็นน้ำสะอาด ซึ่งน้ำสะอาดที่ได้สามารถนำไปใช้ง่ายได้ตามปกติ ตั้งแต่การหุงหาอาหาร (อันนี้ผมยังทำใจยังไม่ได้นะครับ) รดน้ำต้นไม้ หรือทำความสะอาด ส่วนที่เป็นของแข็งจะถูกอัด และปล่อยให้แห้ง

ทุกๆ สัปดาห์จะมีช่างเทคนิคมาซ่อมบำรุง รวมถึงเปลี่ยนแบตเตอรี่ในกรณีแบตหมด และเก็บของเสียซึ่งสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานในชุมชนได้ ส้วมนี้สามารถรองรับการใช้งานของคนได้ 10 คน ด้วยค่าใช้จ่ายคนละไม่เกิน 5 เซนต์ หรือ 1.5 บาท ต่อวันครับ นี่เลยครับ Video Presentation ดูง่าย (อาจจะเข้าใจมากกว่าที่ผมอธิบาย)

 

ทั้งนี้ ทางผู้วิจัยจะพัฒนาต่อไปเพื่อประกวดรับรางวัล ซึ่งความท้าทายของส้วมไม่ใช้น้ำตอนนี้มีทั้งเรื่องสเกลการผลิต เรื่องกระดาษชำระที่ยังไม่มีระบบกำจัด และเรื่องการซ่อมบำรุงดูแลรักษาในตอนใช้งานจริง ซึ่งมันคงไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างในทฤษฎี แต่ทางทีมก็หวังว่าจะสามารถหาทางกำจัดกระดาษชำระอยู่ครับตอนนี้ โดยอาจจะต้องใช้วิธีเผา แม้ว่ามันจะเป็นค่อยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแต่ก็ถือว่าแก้ปัญหาเรื่องสุขอนามัยไปได้มากเลยทีเดียว
นึกถึงการใช้ห้องน้ำของคนไทยนะครับ ที่สาธารณะหลายๆ แห่งมีการติดป้ายว่าห้ามทิ้งกระดาษชำระลงในโถส้วม นึกไม่ออกเลยนะครับว่าสิ่งปฏิกูลที่ออกจากตัวเราไปติดกับกระดาษชำระจะถูกพาเดินทางไปไหนบ้าง ผมนี่หละครับคนนึง ที่ไม่เคยเชื่อป้ายที่ติดไว้ประตูห้องน้ำเลย ทิ้งทิชชู่ลงในส้วมทุกครั้ง เพราะประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา หรือญี่ปุ่น ก็ทำอย่างนั้นกันนะครับ อ่อ อันนี้นอกเรื่อง ผมเคยไปพักที่ Hostel ในญี่ปุ่นครับ ถึงกับมีป้ายเป็นภาษาไทยติดประตูห้องน้ำว่ากรุณาทิ้งกระดาษชำระลงในโถชักโครก – พฤติกรรมการใช้ส้วมของคนไทยคงสร้างวีรกรรมให้แม่บ้านญี่ปุ่นเป็นลมเสียหลายรอบล่ะครับดูท่าทาง

เทคโนโลยีที่เอามาฝากท่านผู้อ่านในวันนี้ อาจจะไม่ได้เป็น tech Startup ในสาย IT ครับ แต่มันก็ถูกริเริ่มมาจากขาใหญ่ของโลก IT อย่าง Bill Gate ผ่านมูลนิธิ Bill & Melinda Foundation ซึ่ง Foundation นี้ สนับสนุนเมกะโปรเจคจำนวนมากที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลก เช่น เรื่องพลังงานสะอาด น้ำ และวัคซีนในเด็กครับ และเห็นได้ชัดว่า แนวคิดในการให้ทุน ไม่ได้ทำไปแบบสงเคราะห์ แต่เน้นเรื่องการสร้างดีมานด์ให้เกิดขึ้นมาด้วย

แม้ปัญหาของโลกเราจะมีเยอะขึ้นทุกวัน แต่เทคโนโลยีก็เจริญก้าวหน้าขึ้นทุกวันเช่นกัน ถ้ายังหา idea หรือ passion ในการสร้าง Product ไม่ได้ ลองมองหาปัญหาของโลกดูครับ แน่นอนว่าคนทุกคนซื้อ Product บนความเชื่อว่า Product มี Value กับชีวิตเขา ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น จะยอดเยี่ยมแค่ไหน ถ้าเราจะสามารถสร้าง Product ที่ทำให้โลกของเราดีขึ้นได้
อ้างอิง http://www.businessinsider.com/the-waterless-toilet-that-could-save-global-sanitation-2016-1

Comments

comments

No comments

Leave a Reply