ข่าว Startup ไทยจริงใจหรือไก่กา?

เมื่อต้นปีที่แล้ว Tech Encode เคยนำเรื่องราวมหัศจรรย์ของสาวมั่น Elizabeth Holmes ซึ่งกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีของอาณาจักร startup มูลค่า 9 พันล้านเหรียญ มานำเสนอ เรื่องราวน่าทึ่งมากมายของชีวิตของเธอเป็นที่น่าสนใจอย่างมากจนมียอดแชร์ถล่มทลาย ถามว่าตอนนั้นคนเขียนดีใจมั้ย บอกเลยว่ามาก

อย่างไรก็ดี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เรื่องของผู้หญิงอัจฉริยะที่จะปฏิวัติวงการแพทย์ นำสุขภาพที่ดีมาสู่ชาวโลก สร้างธุรกิจด้วยความทุ่มเทตั้งแต่อายุยังไม่ถึงยี่สิบให้กลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่า 9 พันล้านเหรียญ และทำให้เธอเป็น Tech Founder หญิงติดอันดับคนที่รวยที่สุดในโลกของนิตยสาร Forbes อันดับที่ 110 กลับพลิกผันกลายเป็นเรื่องราวอันน่าสยดสยอง และเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนในวงการ Startup ในวงกว้าง ทั้ง founder, VC รวมถือฝั่งของคนเขียนข่าว

Theranos กลายเรื่องราวอันน่าสยดสยองและกลายเป็นอุทาหรณ์ในวงการ Startup

เรื่องมีความเป็นมาอย่างงี้ครับ
1. ช่วงแรกของเรื่องราว ปูทางด้วยความน่าตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจ ด้วยการ connect the dots ในเรื่องความเฉลียวฉลาด และความสำเร็จระหว่างทางของเธอ ทั้งเรื่องความอัจฉริยะทางด้านการเรียน Project ที่เธอเคยทำสมัยฝึกงาน ต่อไปจนถึงความต้องการของเธอที่จะเปลี่ยนแปลงโลก ทุกอย่างช่างประจวบเหมาะเคราะห์ดี เกิดเป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงวงการแพทย์ ด้วยวิธีการวิเคราะห์สุขภาพอย่างรวดเร็วด้วยค่าใช้จ่ายอันน้อยนิดโดยการเก็บตัวอย่างเลือดเพียงไม่กี่หยดด้วยอุปกรณ์ของบริษัทซึ่งสร้างมาจากปมเรื่องการกลัวเข็มของ Founder บริษัทเซ็นสัญญากับร้านขายยารายใหญ่อย่าง Walgreens และระบุว่ามีสัญญากับบริษัทยารายใหญ่ของโลกอย่าง Pfizer

 

CNBC EVENTS -- Pictured: Elizabeth Holmes, Founder and CEO, Theranos speaks at the Clinton Global Initiative Annual Meeting, in New York City on September 29, 2015 -- (Photo by: Adam Jeffery/CNBC/NBCU Photo Bank via Getty Images)

(Photo by: Adam Jeffery/CNBC/NBCU Photo Bank via Getty Images)

2. ด้วยความร้อนแรงของตลาด Startup ของอเมริกาในตอนนั้น (ซึ่งค่อนข้างต่างจากตอนนี้) ทำให้เธอได้รับเงินลงทุนจำนวนมหาศาล และเงินลงทุนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน ความสำเร็จ และความพิเศษของเธอ ผนวกกับกระแสความนิยม Startup ทำให้สื่อต่างๆ รุมตอม และทำข่าวที่สุดฮือฮาในเรื่องเงินลงทุนและนำเสนอเบื้องลึกเบื้องหลังที่น่าประทับใจของเธอ ซึ่งแน่นอนว่า เวบของเราก็ไม่พลาดที่จะคาบข่าวของเธอมาเขียนเป็นเรื่องราวให้ Startup ไทยได้เก็บเอาไปฝันกัน

3. ต่อมาไม่นาน หลังจากการล้มหายตายจากของ Startup มูลค่าหลักพันล้านเหรียญ รายแล้วรายเล่า ก็ถึงทีของ Theranos จุดเริ่มต้นของจุดจบอยู่ที่คุณพี่ John Carreyrou นักข่าวสายสืบของ Wall Street Journal ที่ได้รางวัล Pullitzer Prize สองรอบ อ่านบทความเกี่ยวกับ Theranos แล้วรู้สึกตะหงิดๆ กับเทคโนโลยีที่เป็นความลับของโลก จนกระทั่งเริ่มขุดความไม่ชอบมาพากลนี้ขึ้นมา ซึ่งหลังจากนั้นก็มีสื่อหลายสำนักออกมาตั้งคำถามจนกระทั่งหน่วยงาน CMS (Centers for Medicare and Medicaid Services) หน่วยงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับมาตรฐานระบบประกันสุขภาพได้เข้าตรวจสอบห้องปฏิบัติการของ Theranos ซึ่งผลปรากฏว่า Theranos มีปัญหาทั้งเรื่องโลหิตวิทยา, ระบบการวิเคราะห์ของห้องปฏิบัติการ ความน่าเชื่อถือของเครื่องวิเคราะห์เลือด เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการก็ไม่ผ่านมาตรฐาน จึงสั่งให้ Theranos ส่งแผนการปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ได้มาตรฐานภายใน 10 วันหลังได้รับแจ้ง และถ้าแผนงานที่ส่งไม่ผ่านมาตรฐานของ CMS ก็จะถูกถอนใบรับรองห้องปฏิบัติการ และจำผลให้ผลตรวจเลือดจากแลป Theranos ทั้งหมดจะไม่ได้การรับรองจากหน่วยงานรัฐ เอาไปใช้ประกอบเพื่อรับบริการสุขภาพใดๆ ไม่ได้เลย ซึ่งถ้าไปถึงจุดนั้น ก็คงไม่มีใครใช้บริการกับ Theranos อีกต่อไป

4. หลังจากนั้นก็มีข่าวซุบซิบจากสายจากวงในมากมาย เช่น ตอนที่ไปคุยธุรกิจกับ Novatis นั้น Elizabeth ใช้ Product ของ Theranos ทดลองกับตัวเองให้ดูถึงสองครั้ง แล้วผลก็ออกมาเป็น Error ทั้งสองครั้ง หรือทุกครั้งที่สัมภาษณ์ลงลึกเกี่ยวกับ Technology ของ Theranos สุดยอด Founder ของเรามักจะอารมณ์บ่จอย

5. ประเด็นนี้ ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงความเห็นของนักข่าว นักขุด พี่ John Carreyrou ที่บอกว่า Theranos ล้มคราวนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะสื่อ ที่มุ่งประโคมข่าวแต่แง่ดี ไม่เคยขุดลึกลงในรายละเอียด โดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยีที่ใช้ ทั้งๆ ที่สิ่งที่ Theranos ทำเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสุขภาพของคนโดยตรง ข้อผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจส่งผลต่อความเป็นความตายของคนได้ ซึ่งต่างจาก Application อื่นๆ เช่น การแต่งภาพ หรือ Social Network ซึ่งถ้า Fail ขึ้นมา แน่นอนว่าจำนวนคนที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพ ไม่น่าจะมีมาก ทั้งนี้ อีกหนึ่งความเห็นของนักขุดที่น่าสนใจคือ บางครั้งสื่อก็ไม่ได้มีทางเลือกมาก ถ้าถามตรง ๆ ถามแรง ๆ การสัมภาษณ์ครั้งต่อไปอาจจะไม่เกิดขึ้นก็เป็นได้ อยากทำงาน อยากหาข่าว อยากสัมภาษณ์ ก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันหน่อย สุดท้ายเรื่องที่ถูกถ่ายทอดผ่านสื่อออกไป จึงเป็นเรื่องที่ Elizabeth อยากพูดมากกว่าเรื่องที่สาธารณะควรจะทราบ

 


 

ผ่านเรื่องราวอันพลิกผันของ Theranos ลองกลับมามองว่าเราจะหลีกเลี่ยงการเดินซ้ำประวัติศาสตร์ของ Theranos ได้อย่างไรเพราะตอนนี้สื่อไทยน้อยมากที่จะยังเกาะติด ติดตาม และนำเสนอเรื่องของ Theranos รวมทั้ง ยูนิคอร์นที่ได้ล้มหายตายจากไป ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะ Startup ของบ้านเราตามหลังสหรัฐอเมริกาอยู่ และตอนนี้ตลาด Startup ของอเมริกามาถึงจุดที่ชะลอตัวลงไปมาก

 

จากเดิมที่ทุกคนเอาอย่าง Facebook ที่เน้น Move fast and break things หรือการใช้เงินจาก Investor เพื่อสร้างความ Cool ให้กับตัวเอง กลายมาเป็นการพยายามที่จะเลี้ยง Startup ให้เติบโตและอยู่รอดปลอดภัยได้จริงๆ ขณะที่ประเทศไทยของเรา ยังอยู่ในช่วงคึกคักเห่อของใหม่กัน ดังที่จะเห็นจากงาน event ต่างๆ ทั้งการจัดคอร์สสัมมนา หรือ งานพวก Networking รัฐบาลก็มีนโยบายสนับสนุนทั้งในเรื่องภาษี รวมถึงเงินทุนกู้ยืม และคนทำข่าว Startup ก็เป็นคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการจัด Event ต่างๆ ของ Startup ซะอีก ทำให้เป็นที่น่าตั้งคำถามว่า ที่ข่าวส่วนใหญ่ของ Startup ไทยในสื่อยังเป็นข่าวดีๆ บทความดีๆ นั้น เพราะ Startup ไทยมีอนาคตสดใสแจ่มแจ๋ว หรือเพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนๆๆๆ ในแวดวง Startup ไทย เพราะเท่าที่ผมพยายามค้นหาข่าวด้านลบของ Theranos คร่าวๆ เจอแค่ที่ Blognone พี่ใหญ่ของการข่าว Technology ในไทยเท่านั้นเอง

ในวงการสื่อ ใครๆ ก็ชอบพูดว่า “ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีเสียตังค์” หรือข่าวที่เราอ่านจากสื่อไทยทุกวันนี้ไม่ค่อยจะมีข่าวฟรี?

money media
ทั้งหมดที่ว่ามา ไม่ได้หมายความว่าสื่อสาย Startup ของไทยไม่จริงใจ และไม่ได้ต้องการจะให้คนที่กำลังจะเริ่มทำหรือเริ่มลงทุนใน Startup ถอดใจ หรือชักใบให้เรือเสียนะครับ เพียงแค่อยากจะให้คนที่เริ่มทำ หรือเริ่มลงทุน รับข้อมูลให้รอบด้านมากขึ้น มีความรอบคอบระมัดระวังมากขึ้น ไม่ว่าไอเดียจะล้ำเลิศแค่ไหนก็ต้องไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการสร้าง Product ให้มีคุณภาพ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างคำโฆษณา เพราะหนทาง Startup ไม่ได้มีแค่ช่วง Demo หรือช่วงลงข่าวโปรโมท แต่จะต้องไปถึงการหาเงินจากลูกค้าได้จริงจังถึงจะอยู่รอดและเติบโตได้

วิถี Statup ไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ และไม่ใช่เทพนิยายชวนฝัน แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้แต่มันไม่ได้แปลว่าว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จกับมัน

https://www.blognone.com/node/78193
https://www.blognone.com/node/78963
http://topics.wsj.com/person/A/biography/1282
https://www.blognone.com/node/74365

Comments

comments

No comments

Leave a Reply